กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ                                       กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ                                         กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

พลเรือตรี พิจิตต ศรีรุ่งเรือง เสนาธิการทัพเรือภาคที่ ๒ เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2564

Release Date : 26-04-2021 00:00:00
พลเรือตรี พิจิตต ศรีรุ่งเรือง เสนาธิการทัพเรือภาคที่ ๒ เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2564

ทัพเรือภาคที่ ๒ ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2564


เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๐๙๐๐ พลเรือตรี พิจิตต ศรีรุ่งเรือง เสนาธิการทัพเรือภาคที่ ๒ เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2564 ณ หอประชุมจังหวัดสงขลา  อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทย
        
พระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
              สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ พระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตรีย์ ทรงพระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทน์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๙๘ พระองค์ทรงมีพระเชษฐภคินีและพระอนุชา คือ พระสุพรรณกัลยา และสมเด็จพระเอกาทศรถ ในขณะที่พระองค์ทรงพระเยาว์ พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า ได้ยกทัพมาตีเมืองพิษณุโลก และทรงขอสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไปเลี้ยงเป็นพระราชบุตรบุญธรรมเพื่อเป็นตัวประกันที่หงสาวดี จนพระชนมายุได้ ๑๕ พรรษา พระองค์จึงเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระมหาอุปราชปกครองเมืองพิษณุโลก ในปี พ.ศ. ๒๐๙๘ ทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก ณ เมืองแครง ประกาศอิสรภาพของชาติไทยโดยไม่ขึ้นกับพม่าอีกต่อไป และทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ ๒ แห่งราชวงศ์สุโขทัย ในรัชสมัยของพระองค์ทรงกระทำสงครามขยายพระราชอาณาจักรไทยให้แผ่ไพศาลไปในจตุรทิศ ทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ โดยพระองค์ได้กู้คืนอิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยา ช่วยกอบกู้เอกราชของชาติ ทรงผดุงความเป็นไทย ปกป้องรักษาแผ่นดินให้ปลอดพ้นภัยจากอริราชศัตรู เพื่ออิสรภาพของปวงชนชาวไทย
             โดยในปี พ.ศ. ๒๑๒๔ ทรงแสดงแสนยานุภาพในการยกกองทัพเข้าตีเมืองคังจนได้รับชัยชนะ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๑๒๗ ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง และเมื่อวันที่ 18 มกราคม ๒๑๓๕ ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา จนได้รับชัยชนะ ทำให้พระบรมเดชานุภาพ แผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี และปราบปรามหัวเมืองมอญฝ่ายใต้ ได้เมืองตะนาวศรี มะริด ทวาย ต่อมาปี พ.ศ. ๒๑๓๘ และ พ.ศ. ๒๑๔๒ ทรงยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีได้เมืองเมาะลำเลิง และเมืองตองอู จนหัวเมืองไทยใหญ่ทั้งปวงยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๑๔๘ รวมพระชนมพรรษา ๕๐ พรรษา


#ทัพเรือภาคที่ ๒
#กองทัพเรือ

 
 
 

 

รูปภาพที่เกียวข้อง
พลเรือตรี พิจิตต ศรีรุ่งเรือง เสนาธิการทัพเรือภาคที่ ๒ เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2564
ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง